Pakkawat & Pakcarwan Songkul

ประเมินปริมาณน้ำที่ควรได้ต่อวัน

ผู้ชายสวมเสื้อกีฬาสีแดงดื่มน้ำจากขวดหลังออกกำลังกาย
ภาพ: Kampus Production / Pexels (สัญญาอนุญาต Pexels)

ดูปริมาณน้ำต่อวันเบื้องต้นตามค่าอ้างอิงสำหรับผู้ใหญ่ แยกส่วนที่มาจากเครื่องดื่มและจากอาหาร แล้วบวกเพิ่มตามเหงื่อที่เสียเมื่อออกกำลังกายหรือทำงานกลางแดด

เพศ
สภาพอากาศส่วนใหญ่ในวันนี้
นาที

ไม่ได้ออกกำลังกาย ใส่ 0 หรือเว้นว่าง

ถ้าชั่งน้ำหนักก่อนและหลังออกกำลังกาย (ไม่บังคับ)

ชั่งด้วยเครื่องเดียวกัน ใส่เสื้อผ้าชุดเดิมที่แห้ง เช็ดเหงื่อก่อนชั่ง ใส่น้ำที่ดื่มและปัสสาวะระหว่างออกกำลังกายถ้ามี ระบบจะใช้ค่านี้แทนการประมาณจากเวลา

กก.
กก.
ลิตร
ลิตร

ข้อมูลที่กรอกคำนวณในเบราว์เซอร์ของคุณเท่านั้น ไม่ถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ ไม่ถูกบันทึก และหายไปเมื่อปิดหน้า

ผลลัพธ์หมายความว่าอย่างไร

ร่างกายได้น้ำทั้งจากเครื่องดื่มทุกชนิด (น้ำเปล่า นม ชา กาแฟ ซุป) และจากอาหาร เช่น ผัก ผลไม้ ข้าว ค่าอ้างอิงจึงเป็น "น้ำทั้งหมด" ซึ่งราว 20% มักมาจากอาหาร ส่วนที่เหลือมาจากเครื่องดื่ม

EFSA กำหนดปริมาณที่เพียงพอ (AI) ของน้ำทั้งหมดสำหรับผู้ใหญ่ไว้ หญิง 2.0 ลิตร ชาย 2.5 ลิตรต่อวัน ที่อุณหภูมิและกิจกรรมปานกลาง ผู้สูงอายุใช้ค่าเดียวกัน ตั้งครรภ์บวก 300 มล. ให้นมบุตรบวก 700 มล.

เมื่อออกกำลังกายหรืออยู่ในอากาศร้อน ร่างกายเสียเหงื่อเพิ่ม เครื่องมือนี้จึงแยกส่วนที่ควรดื่มเพิ่มออกมาให้เห็น แทนการใช้สูตรน้ำหนักตัวคูณค่าคงที่ ซึ่งไม่ได้สะท้อนสภาพอากาศและกิจกรรม

วิธีคำนวณและสมมติฐาน

  • น้ำทั้งหมด = ค่า AI ของ EFSA (หญิง 2.0 · ชาย 2.5 ลิตร) + ส่วนเพิ่มช่วงตั้งครรภ์ (0.3) หรือให้นมบุตร (0.7)
  • จากเครื่องดื่ม ≈ 80% และจากอาหาร ≈ 20% (IOM 2005: ข้อมูลการบริโภคของสหรัฐฯ ได้น้ำจากอาหารราว 19%) · แสดงเป็นแก้วละ 250 มล.
  • ส่วนที่ 3 (เหงื่อ): ถ้าชั่งน้ำหนักก่อน–หลัง เหงื่อ = น้ำหนักก่อน − น้ำหนักหลัง + น้ำที่ดื่มระหว่างกิจกรรม − ปัสสาวะระหว่างกิจกรรม (ACSM 2007) · การสูญเสียน้ำสุทธิที่ยังไม่ได้ชดเชย = น้ำหนักที่ลดลง (น้ำหนักก่อน − หลัง) เพราะน้ำที่ดื่มระหว่างกิจกรรมชดเชยไปแล้ว ส่วนปัสสาวะสะท้อนอยู่ในน้ำหนักแล้ว · น้ำหนักเท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้น = ไม่พบการขาดน้ำสุทธิ (ไม่ใช่ไม่มีเหงื่อ) · ถ้าไม่ได้ชั่ง ประมาณจากเวลา × 0.3–1.2 ลิตรต่อชั่วโมง (IOM 2005)
  • แนะนำให้ทยอยดื่มชดเชยไม่เกินราว 1 ลิตรต่อชั่วโมง ตามอัตราที่กระเพาะส่งน้ำไปดูดซึมได้ (IOM 2005: 1.0–1.5 ลิตรต่อชั่วโมง)
  • ไม่ใช้น้ำหนักตัวในการคำนวณค่าพื้นฐาน

ข้อจำกัดและข้อควรระวัง

  • เป็นค่าอ้างอิงสำหรับคนสุขภาพดี ไม่ใช่ปริมาณที่ต้องดื่มให้ถึงทุกวัน ความต้องการจริงขึ้นกับอากาศ กิจกรรม อาหาร และร่างกาย
  • อัตราเหงื่อของแต่ละคนต่างกันมาก ช่วงที่ประมาณจากเวลาจึงกว้าง การชั่งน้ำหนักก่อน–หลังแม่นกว่า แต่ก็ยังคลาดเคลื่อนได้จากเครื่องชั่ง เสื้อผ้า และการกินดื่มที่ไม่ได้จด
  • ไม่ใช้กับเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี และผู้ที่ต้องจำกัดน้ำตามคำแนะนำของแพทย์ (เช่น โรคไต โรคหัวใจ โรคตับ)
  • เครื่องมือนี้ไม่แนะนำเครื่องดื่มหรือผลิตภัณฑ์ใด

ผลลัพธ์เป็นเพียงการประมาณหรือการคัดกรองเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัยโรคหรือคำแนะนำทางการแพทย์

บทความที่เกี่ยวข้อง

เครื่องมืออื่นที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

  1. EFSA (2010): Scientific Opinion on Dietary Reference Values for water — ปริมาณที่เพียงพอของน้ำทั้งหมด (รวมน้ำจากอาหาร) ผู้ใหญ่หญิง 2.0 · ชาย 2.5 ลิตร/วัน ที่อุณหภูมิและกิจกรรมปานกลาง · ตั้งครรภ์ +300 มล. · ให้นมบุตร +700 มล. (ตรวจเมื่อ 16 ต.ค. 2569) ↗ (เปิดในแท็บใหม่)
  2. Institute of Medicine (2005): Dietary Reference Intakes for Water, Potassium, Sodium, Chloride, and Sulfate บทที่ 4 — AI สหรัฐฯ หญิง 2.7 · ชาย 3.7 ลิตร/วัน · น้ำจากอาหารราว 19% · อัตราเหงื่อขณะทำงานในอากาศร้อน 0.3–1.2 ลิตร/ชั่วโมง · กระเพาะส่งน้ำได้ราว 1.0–1.5 ลิตร/ชั่วโมง (ตรวจเมื่อ 16 ต.ค. 2569) ↗ (เปิดในแท็บใหม่)
  3. American College of Sports Medicine; Sawka MN และคณะ. Exercise and fluid replacement (position stand). Med Sci Sports Exerc 2007;39:377–390 — อัตราเหงื่อแต่ละคนต่างกันมาก ประเมินได้จากน้ำหนักก่อน–หลังออกกำลังกาย · เลี่ยงการเสียน้ำเกิน 2% ของน้ำหนักตัว ↗ (เปิดในแท็บใหม่)

เรียบเรียงโดย Well Nutrition Hub จากแหล่งที่ระบุ ทบทวนเนื้อหาล่าสุด 16 ต.ค. 2569

แชร์ลิงก์ผ่าน LINE