Pakkawat & Pakcarwan Songkul

14 ต.ค. 2569

โอเมก้า-3 EPA และ DHA คืออะไร พบในอาหารอะไรบ้าง

ภาพอะโวคาโดผ่าครึ่งเห็นเมล็ด พร้อมข้อความเรื่องไขมันดีและการจำกัดไขมันไม่เกิน 30% ของพลังงานต่อวัน
ภาพ: คลังสื่อ MyHerbalife ของ Herbalife ประเทศไทย (แสดงตามต้นฉบับ ไม่ตัดหรือแก้ไข)

โอเมก้า-3 เป็นกลุ่มกรดไขมันชนิดหนึ่ง ชนิดหลักที่พูดถึงบ่อยมี 3 ชนิด คือ ALA, EPA และ DHA

สำนักงานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ (NIH ODS) ระบุว่าโอเมก้า-3 เป็นส่วนประกอบสำคัญของเยื่อหุ้มเซลล์ทั่วร่างกาย บทความนี้เน้นความรู้ด้านอาหาร ว่าแต่ละชนิดคืออะไรและพบในอาหารแบบไหน

รู้จัก 3 ชนิดหลัก

  • EPA ย่อมาจาก eicosapentaenoic acid
  • DHA ย่อมาจาก docosahexaenoic acid
  • ALA ย่อมาจาก alpha-linolenic acid เป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ ต้องได้รับจากอาหาร
  • NIH ODS ระบุว่าร่างกายเปลี่ยน ALA เป็น EPA และ DHA ได้ในปริมาณน้อยมาก

พบในอาหารอะไรบ้าง

  • EPA และ DHA พบในอาหารทะเล โดยเฉพาะปลาทะเลน้ำเย็น เช่น แซลมอน แมคเคอเรล และทูน่า รวมถึงหอยและสัตว์ทะเลมีเปลือก
  • ปลาที่มีไขมันอื่น ๆ เช่น ซาร์ดีน เทราต์ และเฮร์ริง
  • ALA พบในน้ำมันพืชบางชนิด เช่น น้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ น้ำมันถั่วเหลือง และน้ำมันคาโนลา
  • ALA ยังพบในเมล็ดเจีย วอลนัต เมล็ดแฟลกซ์บด ถั่วเหลือง และเต้าหู้

ควรกินปลาแค่ไหน

  • NHS แนะนำให้กินปลาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ส่วน โดยเป็นปลาที่มีไขมันอย่างน้อย 1 ส่วน
  • ปลา 1 ส่วนตามแนวทางของ NHS ประมาณ 140 กรัม
  • MedlinePlus อ้างคำแนะนำของ American Heart Association ให้กินปลาที่มีโอเมก้า-3 อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ครั้งละประมาณ 100 กรัม
  • ปรุงด้วยการนึ่ง อบ หรือย่าง แทนการทอด

ข้อควรรู้

  • ผู้หญิงที่วางแผนตั้งครรภ์ ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร NHS แนะนำให้กินปลาที่มีไขมันไม่เกินสัปดาห์ละ 2 ส่วน
  • ปลาบางชนิดอาจมีปรอทสูง เช่น ฉลาม และปลากระโทงดาบ ผู้ตั้งครรภ์ ผู้ที่วางแผนตั้งครรภ์ และเด็ก ควรหลีกเลี่ยง
  • กินปลาหลายชนิดสลับกัน ช่วยลดโอกาสได้รับสารปนเปื้อนจากปลาชนิดเดียว
  • ผู้ที่แพ้อาหารทะเลหรือไม่กินปลา ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารเรื่องการเลือกอาหาร
  • ถ้าเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันปลา ผลข้างเคียงมักไม่รุนแรง เช่น รสไม่ดี กลิ่นปาก ปวดศีรษะ แสบร้อนกลางอก คลื่นไส้ ท้องเสีย ใช้ตามวิธีบนฉลาก และแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรถ้าใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่นอยู่

อ่านต่อ: ไขมันดี ไขมันไม่ดี: ควรได้วันละเท่าไร และกินจากอะไร ›

อ่านต่อ: โภชนาการที่สมดุล: โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน ควรได้เท่าไร ›

อ่านต่อ: 5 นิสัยประจำวัน: โปรตีนคุณภาพ ผักไนเตรตสูง โอเมก้า-3 และการพักผ่อน ›

บทความนี้เป็นข้อมูลสุขภาพทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค ผลลัพธ์ของแต่ละคนแตกต่างกัน ผู้มีโรคประจำตัว ผู้ตั้งครรภ์ หรือผู้ที่ใช้ยาอยู่ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนปรับอาหาร สอบถามเราทาง LINE ได้

ภาพและข้อมูลอ้างอิงจากสื่อทางการในคลังสื่อ MyHerbalife: ส่วนประกอบสำคัญในการสร้างโภชนาการที่สมดุล (ภาพประกอบ) (เผยแพร่ในคลังเมื่อ 13 ม.ค. 2568)

อ้างอิง: สำนักงานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ (NIH ODS): Omega-3 Fatty Acids – Consumer fact sheet (ดูเมื่อ 14 ต.ค. 2569) ↗ (เปิดในแท็บใหม่)

อ้างอิง: ศูนย์สุขภาพเสริมและบูรณาการแห่งชาติสหรัฐฯ (NIH NCCIH): Omega-3 – What You Need To Know (ข้อมูลพื้นฐานเรื่องชื่อและแหล่งอาหาร) (ดูเมื่อ 14 ต.ค. 2569) ↗ (เปิดในแท็บใหม่)

อ้างอิง: MedlinePlus (หอสมุดแพทยศาสตร์แห่งชาติสหรัฐฯ): Omega-3 fats (ดูเมื่อ 14 ต.ค. 2569) ↗ (เปิดในแท็บใหม่)

อ้างอิง: NHS (สหราชอาณาจักร): Fish and shellfish (ดูเมื่อ 14 ต.ค. 2569) ↗ (เปิดในแท็บใหม่)

ผลิตภัณฑ์ Herbalife ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการวินิจฉัย บำบัด รักษา หรือป้องกันโรคใด ๆ

เรียบเรียงโดย Well Nutrition Hub จากแหล่งข้อมูลที่ระบุท้ายบทความ ลิขสิทธิ์ของเนื้อหาอ้างอิง ภาพ และสื่อประกอบเป็นของเจ้าของสิทธิ์แต่ละราย สามารถแชร์ลิงก์บทความนี้ได้

ฝากข้อมูลให้ติดต่อกลับ

ไม่สะดวกติดต่อผ่าน LINE? ฝากข้อมูลและเรื่องที่ต้องการสอบถามไว้ได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับโดยเร็วที่สุดในเวลาทำการ 09:30–18:30 น. (เวลาประเทศไทย)

กรอกเบอร์โทรหรือ LINE ID อย่างน้อย 1 ช่อง · ถ้าให้ติดต่อทาง LINE ตั้งค่าให้ค้นหาด้วย ID ได้ หรือเพิ่มเพื่อนร้านไว้ก่อน @wellnutritionhub

กรุณาไม่ระบุข้อมูลสุขภาพ เลขบัตร หรือข้อมูลการชำระเงิน · ไม่เกิน 500 ตัวอักษร

เราใช้ข้อมูลนี้เพื่อติดต่อกลับตามที่คุณขอ อ่านรายละเอียดใน นโยบายความเป็นส่วนตัว

ติดต่อสอบถาม Pakkawat Songkul โทร 087-789-5915 · LINE @wellnutritionhub · อีเมล [email protected]

แชร์ลิงก์ผ่าน LINE